Archive for April, 2009
ค่าย AFS#48~EU1 ตอนหนึ่ง
Apr 27th
เล่าตั้งแต่แรกเลยดีกว่าเนอะ
วันที่ 22 มีนา เดินทางไปโรงแรม SC Park ตอนแรกนึกว่าพ่อจะพาไปหลงซะแล้วเชียว ที่ไหนได้ไปเร็วกว่าเวลาที่กำหนดด้วยซ้ำ 7.30 ก็ถึงกันแล้ว ตอนนั้นประหม่ามากเลย เข้าโรงแรมไปมีพี่แนะนำตลอดยันถึงจุดลงทะเบียน เซ็นชื่อลงทะเบียนแล้ว แต่แม่ไม่ได้เซ็นพี่ดิวเดินตามมา(ลาก)ให้ไปเซ็นครับ ได้ name tag มาอันหนึ่ง งงกับตัวหนังสือด้านหลังมากว่า “ภรรยากิน” ว่ามันคืออะไรกันหนอ หลังจากนั้นก็ซื้อเสื้อแล้วก็เข้าห้องประชุมฟังๆๆ ไปเรื่อยๆ
พอได้เวลา 10 โมงตรง ก็มีของว่างกิน ตอนนั้นไม่มีใครคุยด้วยเลยจริงๆ มองไปทางไหนก็เจอแต่เค้าจับกันเป็นประเทศๆ โชคดีหันไปเจอประมาณพวกเดียวกัน เข้าไปยินกินพักหนึ่งก่อนจะออกเดินทางครับ ขึ้นรถบัส ก็ไล่แนะนำตัวกัน แล้วก็แจกว่าใครจะได้เป็นบัดดี้ใคร… อ๋อ ตอนนั้นได้เพื่อนใหม่คนแรก “หยก” แคนนาดา พอจับบัดดี้ผมได้ “ซัน” ใครก็ไม่รู้ อ๋อ ค่ายนี้ผู้ชายน้อยมาก ไม่สิความจริงต้องบอกว่าโครงการนี้ผู้หญิงเยอะแบบ… 10 ต่อ 1 ยังไม่รู้จะได้เลยหรือเปล่า บนรถก็มีสอนเพลง แล้วก็เล่นๆไปเรื่อยๆจนถึงสุพรรณ พี่ให้พักแล้ว(กี่วินาทีกัน -*-) แอบงีบไปไม่กี่วิก็มีแรงต่อเมื่อถึงโรงแรมแล้ว
พอเข้าถึงโรงแรม วางกระเป๋า เข้าห้องประชุมครับ ถึงตรงนี้พี่ก็จะประกาศ roommate พร้อมให้กุญแจห้อง ก่อนจะเอากระเป๋าไปเก็บ ถึงตอนนี้แล้วได้เพื่อนร่วมห้องคือ “ซัน” และ “ต้อง” ถึงตอนนี้ก็รู้แล้วว่าบัดดี้ห้องเดียวกัน ลำบากตายละ… ขึ้นถึงห้องรู้สึกจะคุยกันไม่กี่คำเองก่อนจะลงไปทำกิจกรรมข้างล่าง เด็ดๆเลยคือแจวก่อน ทุกๆประเทศได้แจวแน่นอน ซึ่งประเทศผมลุกกันมาแจว 4 คน ได้แก่ตัวผมเอง เก่ง เพื่อนร่วมประเทศคนเดียวของผม พี่ๆประเทศ พี่ตั๋ง และพี่ดิวครับ ก็ถือเป็นประเทศที่มีคนน้อยสุดอ่ะเนอะ
นอกจากนี้แล้วเหมือนจะไม่มีอะไร(ประเด็นคือจำไม่ได้มากกว่า) จนขึ้นห้อง ตอนเดินขึ้นห้องนี้คือรู้สึกว่า “ต้องกับซันและเรา ต้องเข้ากันไม่ค่อยได้แน่ๆ” เพราะตอนนั้นไม่มีใครคุยอะไรเลย… พอถึงห้องเราก็บอกก่อนเลยว่าอาบน้ำนานสุด ขอเป็นคนแรก(ตอนเช้า) และคนสุดท้าย(ตอนเย็น) เนื่องจากต้องทายาด้วยอ่ะนะ หลังจากนั้นเราก็พยายามเปิดประเด็นไปเรื่อยๆ ให้ห้องคึกคัก แต่ผิดคาดแหะ คุยกันถึงตี 3 โดยมีเราเป็นผู้พูดคนเดียว T-T (ขอนับถือ พวกนายแน่มาก ฟังเราบ่นอยู่คนเดียวเรื่อยๆ) ตอนนั้นคือนอนด้านล่างคือชินกับที่บ้าน สุดท้ายต้องไปนอนข้างบนเพราะกลัว(ฮ่าๆๆ) พอตี 4 ก็ตื่นอีกรอบ ปวดท้องบอกไม่ถูก ต้องบอกให้ต้องลุก (ไอ้เราดันนอนตรงกลาง) เข้าห้องน้ำเสร็จเห็นมันยืนถือหมอนจะหลับไม่หลับอยู่ละ ผสมกับความง่วงและขี้เกียจเบี้ยด ก็เลยลงนอนล่างเลย
วันนี้จบเท่านี้ก่อนครับ เดี๋ยวมาต่อ…
สถานการณ์บ้านเมือง
Apr 16th
ขอไม่พูดอะไรมาก ฝากไว้แค่…
เพลง หนักแผ่นดิน
- คนใดใช้ชื่อไทยอยู่ กายก็ดูเหมือนไทยด้วยกัน
- ได้อาศัยโพธิ์ทองแผ่นดินของราชันย์ แต่ใจมันยังเฝ้าคิดทำลาย
- คนใดเห็นไทยเป็นทาส ดูถูกชาติเชื้อชนถิ่นไทย
- แต่ยังฝังทำกิน กอบโกยสินไทยไป เหยียดคนไทยเป็นทาสของมัน
- (สร้อย)
- หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)
- หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)
- คนใดยุยงปลุกปั่น ไทยด้วยกันหวังให้แตกกระจาย
- ปลุกระดมมวลชนให้สับสนวุ่นวาย เพื่อคนไทยแบ่งฝ่ายรบกันเอง
- คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง
- ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารไทยกันเอง ทีชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน
- (สร้อย)
- คนใดขายตนขายชาติ ได้โอกาสชี้ทางให้ศัตรู
- เข้าทลายพลังไทยให้สลายทางสู้ เมื่อศัตรูโจมจู่เสียทีมัน
- คนใดคิดร้ายราวี ประเพณีของไทยไม่ต้องการ
- เกื้อหนุนอคติ เชื่อลัทธิอันธพาล แพร่นำมันมาบ้านเมืองเรา
- (ซ้ำท่อนสร้อย 2 ครั้ง)
เป็นเพลงที่แต่งเมื่อ พ.ศ. 2518 ใช้เปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุ จ.ส. กรมการสื่อสารทหารบก กองทัพบก ในการต่อสู้ทางการเมืองกับขบวนการคอมมิวนิสต์ ในช่วง พ.ศ. 2518-2523 ประพันธ์คำร้องโดย พ.อ.บุญส่ง หักฤทธิ์ศึก และขับร้องโดย สันติ ลุนเผ่ และศิริจันทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา [1] ต่อมาใน พ.ศ. 2520 ชื่อเพลงนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ “หนักแผ่นดิน” กำกับโดย สมบัติ เมทะนี แสดงนำโดยสมบัติ เมทะนี และนัยนา ชีวานันท์
ข้อมูลจาก Wikipedia Thailand
อารมณ์ค้าง ขออีกเพลง… ฝากให้คนไทยเหมือนกันคิด
ขออันเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์… เราสู้
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔๔ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๕๑๖
นายสมภพ จันทรประภา ได้ประพันธ์กลอนสุภาพ ๔ บท จากพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่สมาชิกสภานิติบัญญัติที่เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มาเขียนเป็นคำกลอนถวาย เมื่อทรงเกิดแรงบันดาลพระราชหฤทัย ที่จะทรงพระราชนิพนธ์เพลง “เราสู้” พระราชทานให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ทหาร อาสาสมัครและตำรวจชายแดน ทรงหยิบซองจดหมายใกล้พระหัตถ์มาตีบรรทัด ๕ เส้น เพื่อทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง เสร็จแล้วพระราชทานให้ วง อ.ส. วันศุกร์ ซึ่งกำลังบรรเลงอยู่ในงานวันขึ้นปีใหม่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๗ นำออกบรรเลง ณ พระราชวังบางปะอิน จากนั้นได้ทรงนำกลับไปแก้ไขก่อนจะพระราชทานออกมาให้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ บรรเลง และทรงแก้ไขอีกจนพอพระราชหฤทัย
คำร้อง: นายสมภพ จันทรประภา
- บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ
- ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า
- เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา
- หน้าที่เรารักษาสืบไป
- ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า
- จะได้มีพสุธาอาศัย
- อนาคตจะต้องมีประเทศไทย
- มิยอมให้ผู้ใดมาทำลาย
- ถึงขู่ฆ่าล้างโคตรก็ไม่หวั่น
- จะสู้กันไม่หลบหนีหาย
- สู้ตรงนี้สู้ที่นี่สู้จนตาย
- ถึงเป็นคนสุดท้ายก็ลองดู
- บ้านเมืองเราเราต้องรักษา
- อยากทำลายเชิญมาเราสู้
- เกียรติศักดิ์ของเราเราเชิดชู
- เราสู้ไม่ถอยจนก้าวเดียว
ข้อมูลและเพลงจาก Wikipedia Thailand อีกเช่นเคย